Facebookหน้าแรก|บุคลากร|ข่าวประชาสัมพันธ์|เอกสารดาวน์โหลด|บทความและผลงานวิชาการ|ภาพกิจกรรม|วิดีโอกิจกรรม|สมุดเยี่ยม|แผนที่view 16427 View view 54.158.55.251 rss feed
 
 
บทความเรื่อง :  มาทำความรู้จักกับข่ากันนะ .. บันทักเมื่อ 02/11/2016 ( 84)

 มาทำความรู้จักกับข่ากันนะ ..




ข่ามีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Swartz ข่า ข่าหยวกข่าหลวง (ภาคเหนือ), กฏุกกโรหินี (ภาคกลาง)

ถิ่นกำเนิด : อินเดียพม่าไทยมาเลเซียสิงคโปร์บอร์เนียวอินโดนีเซียฟิลิปปินส์

มีเหง้าอยู่ใต้ดิน เนื้อในเหง้ามีสีขาวรสขมเผ็ดร้อน แต่ไม่เผ็ดเหมือนกับขิงมักมีกลิ่นหอมฉุนข่าเป็นพืชใบเดี่ยวใบยาวปลายใบมนขอบใบเรียบก้านใบยาวเป็นกาบหุ้มซ้อนกันดอกเป็นช่อสีขาวนวลผลกลมสี แดงส้มมีรสเผ็ดร้อน ส่วนที่ใช้บริโภค:เหง้า, ดอก, หน่ออ่อน

 
 


.. เกี่ยวกับสรรพคุณทางยา ..
1. ฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้ >> ข่ามีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้โดยพบสารออกฤทธิ์คือ cineole, การบูร (eugenol และ
2. ฤทธิ์ขับน้ำดี >> ข่า eugenol มีซึ่งมีฤทธิ์ขับน้ำดีจึงช่วยย่อยอาหารได้
3. ฤทธิ์ขับลม >> ข่ามีน้ำมันหอมระเหยซึ่งมีฤทธิ์ขับลม
4. ฤทธิ์ลดการอักเสบ >> ข่ามีสารออกฤทธิ์อะซิเตตคือ "อะซิเตต-acetoxychavicol, 1" 1-acetoxyeugenol eugenol และช่วยลดการอักเสบ
5. ฤทธิ์ยับยั้งแผลในกระเพาะอาหาร >> ข่ามีสารออกฤทธิ์อะซิเตต "acetate-acetoxychavicol และ 1''''" คือ 1 acetoxyeugenol-


6. ฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย >> 
สารสกัดข่าด้วยไดเอทิลอีเธอร์ปิโตรเลียมอีเธอร์ เชื้อ Escherichia coli โดยพบ eugenol (14)
7. ฤทธิ์ฆ่าเชื้อรา >> สารสกัดข่าด้วยน้ำกลั่นเมทานอลไดคลอโรมีเทนเฮกเซนหรืออัลกอฮอล์สามารถฆ่าเชื้อราคือ Microsporum gypseum, Trichophyton rubrum และ Trichophyton mentagrophyte ที่เป็นสาเหตุของโรคกลากเกลื้อนได้โดยพบ 1'''' '' '''''''' อะซิเตต ''-acetoxychavicol และ 1'''''''''''''''' acetoxyeugenol acetate-
8. การทดลองทางคลินิกใช้รักษากลากเกลื้อน >> tolnaftate พบว่าได้ผล
9. หลักฐานความเป็นพิษและการทดสอบความเป็นพิษ
          9.1 การทดสอบความเป็นพิษ >> เมื่อฉีดสารสกัด 50% (LD50) เท่ากับ 1 ก. / กก และมก 188. / กก พบว่ามีค่า LD50 เท่ากับ 0.68 มล. / กก 100 มล. / กก เข้าช่องท้องหนูถีบจักรติดต่อกัน 7 วันหรือให้สารสกัด 50% พบว่าไม่เป็นพิษ 95% 0.5, 1 และ 3 ก. / กก พบว่าไม่มีสัตว์ทดลองตาย 100 มก. / กก ติดต่อกัน 3 เดือนทำให้หนูถีบจักรตาย 15%
          9.2 พิษต่อเซลล์ >> 20 มคก. / มล เป็นพิษต่อเซลล์ราจีสาร galanolactone และ (E)-8b-epoxylabd-12-ene-15 ,16-dial 9KB ขณะที่สารสกัด 50%
          9.3 ฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ >> สารสกัดเหง้าข่าด้วยน้ำและน้ำร้อนขนาด 0.5 มล. / จานเพาะเชื้อและเหง้าข่าสดไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ต่อเชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis H-17 (Rec +) และ M-45 (Rec-) ทิงเจอร์ขนาด 80 มคล / จานเพาะเชื้อไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ต่อเชื้อ Salmonella typhimurium TA 98, 100

สรรพคุณและวิธีใช้
1. ขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อจุกเสียดแน่นนำเหง้าแก่มาฝนกับน้ำต้มสุกรับประทานครั้งละ 1 ถ้วยตะไลหรือ 2 ช้อนแกงแล้วดื่มน้ำเข้าไปเล็กน้อยแก้อาการดังกล่าวได้ดีมาก


2. แก้กลากเกลื้อน  
          - ใช้เหง้าสดกับเหล้าโรงหรือน้ำส้มสายชู ทาแรง ๆ ทำเช่นนี้ 4-5 วันก็จะหาย                     
          - เอาหัวข่าแก่ ๆ ล้างให้สะอาดฝานเป็นแว่นบาง ๆ หรือทุบพอแตกนำไปแช่เหล้าขาวทิ้งไว้สัก 1 คืน และแสบ; แล้วเอาข่าที่แช่ไว้มาทาเฉพาะที่ ๆ เป็นเกลื้อน; จะรู้สึกแสบ ๆ เย็น ๆ ; ทาเช้าและเย็นหลังอาบน้ำทุกวันประมาณ 2 สัปดาห์ ฝานเป็นแผ่นบาง ๆ นำไปแช่เหล้า 35 ดีกรีประมาณ 5 นาทีแล้วทาที่มีผื่นคัน; อาการจะหายไป 1 นิ้วทุบให้แตกพอช้ำอย่าถึงกับละเอียดใส่ถ้วยแช่เหล้าโรงประมาณ 1/4 ถ้วยชา นำมาตำพอแหลกแล้วผสมเหล้าหรืออัลกอฮอล์แช่ไว้ 1 คืนใช้ทาแก้เกลื้อนหรือกลาก
3. แก้บวมช้ำได้ดี >> เอาหัวข่าแก่ฝนน้ำทาบริเวณบวมช้ำเช้าำ - เย็นอาการบวมช้ำอักเสบจะค่อยๆหายไป
4. แก้ปวดท้อง >> นำหัวข่าแก่ฝนกับน้ำ 1 ถ้วยตะไลเติมเหล้าขาวหรือเหล้าโรงอีก 1 ถ้วยตะไลดื่มแก้ปวดมวนในท้องในไส้
5. แก้ลมพิษ >> เอาเหง้าข่าแก่ ๆ บดละเอียดผสมเหล้าขาวหรือเหล้าโรงทาบริเวณที่เป็นลมพิษบ่อยๆอาการคันจากลมพิษจะค่อยหายเป็นปกติ
6. แก้ปวดฟันรำมะนาดบรรเทานำเหง้าแก่สดตำผสมเกลือเล็กน้อยโขลกให้ละเอียดใส่ีรูฟันที่ปวดหรืออมไว้ที่เหงือก
7. แก้ไอ   ใช้ข่าทุบฝานบาง ๆ บีบมะนาวเติมน้ำตาลแล้วอมไว้เคี้ยวกลืน

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก sbschool.info
 
 
 
 
เชื่อมโยงภายใน
- ทำเนียบบุคลากร
- ข่าวประชาสัมพันธ์จากหน่วยงาน
- อัลบั้มรูปกิจกรรม
- อัลบั้มวิดีโอ
- เอกสารดาวน์โหลด

- เผยแพร่ผลงานวิชาการและบทความที่น่าสนใจ
- ผลงานดีกิจกรรมเด่น
- แผนที่การเดินทาง
- ผู้ดูแลระบบ
สำนักงาน กศน.จังหวัดกำแพงเพชร
จังหวัดกำแพงเพชร  เบอร์โทรติดต่อ  055854835,Fax 055854832
ติดต่อผู้ดูแล kpt_nfedc@nfe.go.th
Facebook    rss feed

เว็บไซต์นี้ขับเคลื่อนโดย ทีม ICT กศน.จังหวัดกำแพงเพชร